วิธี คำนวณ โปะบ้าน สำหรับมนุษย์เงินเดือน

วิธี คำนวณ โปะบ้าน

สำหรับการกู้เงินเพื่อซื้อบ้านนั้น ทุกคนก็ต้องมีภาระในการส่งหนี้คืนหลายปีมาก ในอดีตหลายคนก็ใช้วิธีการส่งหนี้ไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนด แต่ปัจจุบันมี วิธี คำนวณ โปะบ้าน เข้ามาช่วยให้ลดระยะเวลาในการผ่อนลง และไม่เสียดอกเบี้ยเยอะด้วย ด้วยความที่ผ่อนระยะเวลาสั้น ๆ ดอกเบี้ยมาบานปลายนั้นเอง แต่หลายคนรู้แค่ว่าโปะบ้าน แต่ไม่รู้จะต้องโปะกี่บาท ถ้าจะให้หาเงินก้อนมาเลยก็ไม่ไหว ในบทความนี้มีวิธีในการคำนวณมาบอกต่อกัน

วิธี คำนวณ โปะบ้าน คิดง่ายได้ผลจริง 100%

วิธี คำนวณ โปะบ้าน

การโปะบ้านไม่จำเป็นจะต้องจ่ายเยอะเลย เพราะเงินเดือนมีส่วนที่ต้องกินต้องใช้ ต้องยอม อยู่แล้ว แต่การโปะบ้านให้นึกถึงเงินส่งแต่ละเดือนก่อนเป็นอันดับแรก ในยอดส่งต่อเดือนนั้น เวลาส่งไปจะถูกหักดอกเบี้ย ดังนั้นเงินต้นจริง ๆ ลดลงไปนิดเดียวเอง วิธีการง่าย ๆ เพื่อให้เงินต้นลดลง คือ การโปะเงินเพิ่มให้เกินหรือเท่ากับอัตราดอกเบี้ยในแต่ละเดือนนั้นเอง สำหรับวิธี คำนวณ โปะบ้านมีดังนี้

วิธี คำนวณ โปะบ้าน
  1. รวมวงเงินที่ต้องจ่ายคืนให้แก่ธนาคารทั้งหมด วิธีการรวมให้นำค่างวดมาคูณกับจำนวนเดือนที่ต้องจ่ายคืน เช่น ผ่อนบ้านเดือน 25,450 บาท เป็นระยะเวลา 30 ปี เท่ากับเงินที่ต้องคืนธนาคาร 9,162,000 บาทเป็นเงินต้นที่รวมดอกเบี้ยแล้ว
  2. ให้แยกเงินต้นและดอกเบี้ยออกจากกัน จะรู้ได้ยังไงเงินต้นกี่บาท ก็ให้ดูยอดกู้ของทุกคน เช่น จำนวนเงินคืน 9,162,000 บาท แบ่งเป็นเงินต้น 5,000,000 บาท ที่เหลือ 4,162,000 เป็นดอกเบี้ยเลยทีเดียว
  3. โปะบ้านเพิ่มตามเปอร์เซ็นต์ที่ไหว เริ่มต้นที่ 10% ขึ้นไป ก็จะช่วยลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ เช่น เงินผ่อนปกติที่ 25,450 บาท โปะเพิ่ม 10% ให้นำ 25,460 บาท คูณ 10 หาร 100 จะได้ 2,546 รวมกับเงินผ่อนปกติเป็น 25,450+2,546 = ส่งในงวดที่โปะเป็น 27,996 บาท นั้นเอง ถ้าส่งทุกเดือน ๆ จะลดระยะเวลาในการผ่อนได้เกือบ 6 ปีเลยทีเดียว

ประโยชน์ของวิธีคำนวณโปะบ้าน ที่ถูกลืม

วิธี คำนวณ โปะบ้าน

จากการทราบวิธี คำนวณ โปะบ้านนั้น ทุกคนจะเห็นว่าถ้าไม่มีกลวิธีในการผ่อนบ้าน อัตราดอกเบี้ยเกือบเท่าราคาบ้านเลย ดังนั้นการโปะเป็นวิธีลดดอกเบี้ย เพื่อให้ตนเองนำเงินไปใช้งานอย่างอื่น และที่สำคัญเป็นหนึ่งในการรักษาสิทธิประโยชน์ของทุกคนเอง ไม่ได้ผิดกติกาแต่อย่างใดเลย

สามารถติดตามข้อมูล เว็บบัานบ้าน เพื่อแนะนำไอเทมสไตล์มินิมอลอะไรที่ควรมี